Menu
Living Culture

หอมหวนครัวอินเดีย

พาหุรัดเป็นย่านที่อยู่กลางกรุงเทพมหานครที่มีหลากหลายของชนชาติแต่ที่ทุกคนพอจะทราบว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ในย่านนั้นมักเป็นชุมชนของชาวอินเดียที่เข้ามาทำการค้าขายกับชาวไทยตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบัน ถ้าใครที่เคยไปเดินแถวๆนั้นก็จะเห็นว่าตามเส้นถนนพาหุรัดจะมีร้านขายเครื่องเทศขายเสื้อผ้าขายของใช้ที่เกี่ยวกับคนอินเดียและยังเป็นแหล่งรวมเครื่องเทศที่ส่งมาจากประเทศอินเดียโดยตรง นอกจากนี้พาหุรัดยังมีชุมชนเล็ก ๆ ที่ยังคงดำเนินวิถีแบบภารตะอยู่ จนทำให้ใครหลาย ๆ คน ขนานนามย่านพาหุรัด ว่าเป็น “ลิตเติ้ล อินเดีย” เมืองไทย ผู้คนส่วนใหญ่ที่ไปเดินก็มักจะไปซื้อผ้าตัดชุด ส่าหรีเพราะพาหุรัดมีร้านผ้า ที่มีราคาถูกและมีผ้าให้เลือกหลากหลายและคนที่เปิดร้านตัดเสื้อส่วนใหญ่ก็จะมาจากประเทศอินเดียก็จะเป็นผู้ที่รู้ในเรื่องของวัฒนของการแต่งกายที่เหมาะสมอย่างดีและมีอีกอย่างคือเรื่องอาหารเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้จะมาแนะนำร้านอาหารอินเดียชื่อดังของพาหุรัด  คือร้าน Royal India เป็นร้านอาหารอินเดียร้านแรกของเมืองไทยเปิดมานานถึง 64 ปี ถือว่าเป็นร้านที่เก่าแก่มากที่สุดจนปัจจุบันมีการขยายสาขาออกไปตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ใจกลางเมือง เช่น สยามพารากอน อิมโพเรียม และเอ็มควอเทียร์ แต่ราคาก็จะแพงกว่าสาขาที่อยู่พาหุรัดแน่นอนเพราะทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ร้านจะตั้งอยู่ในซอยแต่มีป้ายทางเข้าซอยชัดเจนตั้งแต่หน้าซอยเลย ภายในร้านตกแต่งสไตล์อินเดียมีกลิ่นหอมของเครื่องหอมเป็นร้านเล็ก ๆ ในร้านมีโต๊ะประมาณ 7 โต๊ะเท่านั้น ร้านจะเปิดเวลา 10.00 น. ถือว่าโชคดีที่เราไปตอนเช้าประมาณ 11 โมงคนในร้านยังไม่เยอะมากแต่พอนั่งไปสักพักคนก็เริ่มมาจะมีโต๊ะให้นั่งรอคิวหน้าร้านด้วยบริเวณหน้าร้านจะมีตู้ขนมของอินเดียอยู่สีสันดูน่ารับประทานก็เลยลองซื้อมาชิมดู

รสชาติของขนมจะเน้นไปทางหวานเหมือนน้ำตาลปั้นมีส่วนผสมของนมเป็นส่วนมากสำหรับคนที่ไม่ทานหวานกัดไปคำเดียวก็จะหยุดเลยเพราะทานต่อไม่ไหว ราคาของขนมทุกอย่างที่อยู่ในตู้จะอยู่ที่ชิ้นละ 20 บาท  แต่พอกินไปหลาย ๆ ชิ้นก็จะคิดว่ารสชาติคล้ายกันหมดเลย ขนมของชาวอินเดียถือว่าเป็นขนมมงคลทางศาสนาถ้าได้ทานก็จะเหมือนได้บุญไปด้วย ต่อด้วยอาหารที่ทางร้านได้แนะนำมาบ้างแล้วนะคะ

1. แกงกระหรี่ไก่ 180 บาท พอนำมาวางที่โต๊ะคือได้กลิ่นเครื่องเทศชัดเจนมาก แต่กลิ่นไม่ได้แรงเกินไป รสชาติจืดๆสำหรับคนไทยไปหน่อยมีเผ็ดนิด ๆ เค็ม ๆ 2. ทันดุรี ปาราทะ : แป้งนานโฮลวีท 55 บาท / 1แผ่น ใช้วิธีย่างในเตาโอ่งแล้วทาน้ำมันหอมบนแผ่นแป้งเพื่อให้มีกลิ่นหอมมากยิ่งขึ้นแป้งจะมีรสชาติจืด ๆ เหนียวนุ่ม 3. บัตเต้อร์ โรตี : โรตีเนย  20 บาท / 1แผ่น
ก็คือโรตีเหมือนๆที่เราเคยทานในเมืองไทยแต่วิธีทำจะแตกต่างกันเพราะของไทยจะทอดในกระทะ แต่ของอินเดียจะใช้วิธีอบในเตาปูน เพื่อให้มีกลิ่นหอม ๆ รสชาติจะออกเค็มๆเพราะใส่เนยเยอะมาก 

4. ไก่หมักเครื่องเทศอินเดียย่างในเตาทันดูร์ : ชิ้คเก้น ทันดูรี 250 บาท ในจานจะมีไก่มาให้แค่ 1 ชิ้นเท่านั้น(ราคาแอบแรงอยู่ค่ะ) แต่รสชาติดีมากทางร้านหมักเครื่องเทศเข้าไก่ดีมาก ๆ รสชาติถือว่าคนไทยสามารถทานได้สบายมากเลยและทางร้านจะมีน้ำจิ้มสีเขียวมาให้แต่รสชาติไม่ค่อยถูกปากนัก

5. ชาอินเดีย 40 บาท  พอชามาวางที่โต๊ะก็ลองทานดูรสชาติเผ็ดร้อนอาจจะมีส่วนผสมของขิงอยู่ด้วยทางร้านเดินมาพร้อมน้ำตาลและบอกว่าแต่ใส่น้ำตาลดูหน่อย ก็เลยใส่น้ำตาลดูรสชาติโอเคขึ้นมาก ๆ

ราคารวมทั้งหมด  485 บาท ราคาถือว่าโอเคกับการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ของคนที่ยังไม่เคยทานอาหารอินเดีย

การเดินทางไปร้าน Royal India

  • สำหรับผู้ที่มีรถส่วนตัวสามารถจอดที่ห้าง ดิโอ สยาม แล้วเดินข้ามสะพานไปฝั่งตรงข้าม เมื่อลงสะพานมาจะเห็นป้ายร้าน Royal India สีเหลืองชัดเจน
  • สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ รถโดยสารประจำทาง สายที่ผ่านคือ 2 ,38 , ปอ.40 ,48 , ปอ.48 ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สามารถลงได้ที่สถานีสามยอดแล้วนั่งรถ 3 ล้อไปได้ค่ะ