Menu
Cultural Travel

กาลเวลาหยุดนิ่ง ณ “ถิ่นหัวตะเข้”

  ในวันที่แดดร้อน อากาศแห้งแล้ง ณ เขตลาดกระบังที่เต็มไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมและโกดังสินค้า เราได้วางแผนไปในที่ที่หนึ่ง ด้วยความหวังว่าจะได้เห็นสิ่งที่แตกต่างไปจากโลกภายนอกที่เจริญเติบโตไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ที่กำลังดำเนินไปในปัจจุบันนี้และสถานที่แห่งนี้คือ “ชุมชนหัวตะเข้”

วันนี้เมื่อเดินทางมาถึงถิ่นหัวตะเข้ เราได้นัดเพื่อนคนหนึ่งที่เป็นชาวหัวตะเข้ตั้งแต่เกิดมาเป็นไกด์พาเที่ยวในวันนี้ จุดนัดพบของเราคือ “ตลาดอุดมผล” เป็นตลาดสดในตอนเช้าตรู่ ตั้งอยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งของคลองประเวศบุรีรมย์ตรงข้ามตลาดเก่าหัวตะเข้ซึ่งเป็นจุดหมายของวันนี้

ตลาดอุดมผล

เมื่อเจอกันแล้ว เราเริ่มเดินทางไปตลาดเก่าหัวตะเข้ ผ่านร้านเก่าแก่มากมาย ที่รู้ ๆ คือร้านขนมเปี๊ยะที่ยายจ๋า(คุณยายของเราเอง) ชอบมาซื้อตั้งแต่สมัยก่อนตอนเรายังเด็ก เดินไปเรื่อย ๆ จนถึงสะพานข้ามคลองที่เป็นทางเดียวที่จะเข้าถึงตลาดได้เมื่อมาจากฝั่งลาดกระบัง เป็นสะพานปูนสูงมีทางให้คนเดินขึ้นสองฝั่ง ตรงกลางเป็นทางที่ให้มอเตอร์ไซค์สัญจรมีการพัฒนาให้เข้ากับบริบทที่เปลี่ยนไปของชุมชนเมื่อเทียบกับในอดีต

ที่มา : https://www.facebook.com/LoveHuatakhe
สะพานหัวตะเข้ในปัจจุบัน

จะเห็นได้ชัดเจนว่ามีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแต่ไม่ได้ผิดแปลกไปจากเดิมและการเดินข้ามสะพานนี้ให้ความรู้สึกว่าเป็นก้าวที่แต่ละก้าวนั้นเดินมุ่งหน้ากลับสู่อดีตอย่างแท้จริง เราต้องเดินไปถึงตรงกลางสะพานเพื่อดู วิวต้องห้ามพลาดของสี่แยกหัวตะเข้ที่สุดแสนจะสุดครึกครื้นในอดีต แต่กลับมาเป็นที่อันเงียบสงบในปัจจุบัน

วิวกลางสะพานหัวตะเข้

สิ่งแรกที่เจอในฝั่งตลาดเก่าเป็นร้านค้าบ้านเรือนเก่าแก่ที่ยังคงสภาพเอกลักษณ์ของแต่ละหลังได้อย่างสวยงามและสะดุดตา การใช้โทนสี การตกแต่งและฟอนต์ตัวหนังสือที่ใช้ เป็นสิ่งที่ยังคงเหลืออยู่มาจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน และจะสังเกตได้ว่าเป็นร้านค้าที่ผู้คนในสมัยก่อนที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยและในปัจจุบันสถานที่ต่าง ๆ เหล่านี้ยังคงอยู่ด้วยความภูมิใจของเจ้าของในแต่ละร้าน 

โรงรหัสวิดน้ำ แลนด์มาร์คตลาดเก่ากัวตะเข้

ในส่วนของโครงสร้างสามารถดูได้จากภาพในอดีตคือการเป็นศูนย์กลางของการค้าลาดกระบัง จึงต้องมีโครงสร้างที่แข็งแรง โดยมีเส้นทางในการลำเลียงสินค้าและกักตุนของเพื่อความคล่องตัวของการค้า ในตอนนี้ก็ยังรักษาโครงสร้างเดิมที่เป็นอยู่ตั้งแต่แรกไว้ เป็นดั่งเอกลักษณ์ของตลาดที่ไม่สามารถที่จะมองข้ามได้เลยแฝงไปด้วยเสน่ห์ เคล้ากลิ่นอายย่านการค้าในอดีตตลอดทางที่ได้ก้าวเดินและสัมผัสบรรยากาศวันวานเก่า ๆ

ทางเชื่อมเพื่อลำเลียงสินค้า
ประตูไม้บานเฟี้ยมเก่าแก่เหนือทางเดิน

การดำเนินชีวิตของชาวชุมชนหัวตะเข้ยังคงเป็นไปอย่างไม่เร่งรีบและไม่แสวงหาผลกำไร สะท้อนได้ว่าการค้าขายเป็นสิ่งที่เป็นเหมือนกับสิ่งที่ขาดไม่ได้แล้วในชีวิตของเขาเหล่านั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่หาได้ยากมากในปัจจุบันนี้ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่กาลเวลาไม่สามารถทำลายไปได้จริง ๆ ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือบ้านเรือนข้าง ๆ และหลังตลาด เป็นสถานที่ที่เงียบสงบ ร่มเย็น และสมถะ อยู่ร่วมกันด้วยน้ำใจอีกทั้งยังมีความช่วยเหลือให้ซึ่งกันและกันภายในชุมชน ยังมีร้านค้าเล็ก ๆ อยู่หน้าโรงเรียนหลังตลาด ให้ความรู้สึกว่าเราได้หลุดเข้าไปอยู่ในรูปภาพในบทเรียนภาษาไทยที่เราเคยเรียนตอนเด็ก ๆ เจ้าของร้านชื่อว่าป้าเก่า ท่านเป็นคนใจดี พูดคุยเป็นกันเองมาก แถมยังรู้จักกับไกด์ของเราด้วย

ร้านของป้าเก่า อยู่บริเวณหน้าโรงเรียนเชิดเจิมศิลป์
ทางเดินที่ตัดผ่านชุมชน
ชุมชนหัวตะเข้ ชุมชนแห่งศิลปะ

กาลเวลาไม่ว่าจะกี่ปีล่วงเลยแปรเปลี่ยนตามกระแสโลกาภิวัตน์มากแค่ไหน ความคงเดิมในสถานที่และวิถีชีวิตของชาวชุมชนหัวตะเข้ยังคงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ไม่เร่งรีบ ยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งอดีตที่ไม่เคยจะหายไป และทำให้ “เวลา” ได้หยุดนิ่งไปชั่วขณะเมื่อได้เข้ามาสัมผัส ณ ชุมชนโบราณหัวตะเข้แห่งนี้